ACNE TREATMENTS - BEQ clinic

Facial

ACNE TREATMENTS

17 Dec 2018

ปัญหาสิว

                สิวเป็นปัญหาที่เกิดจากรูขุมขนอุดตัน สามารถพบได้บริเวณใบหน้า คอ หน้าอกและหลังช่วงบน แม้ว่าสิวจะเป็นภาวะที่หายได้เองเมื่ออายุมากขึ้นแต่ก็มีผลกระทบทางด้านภาพลักษณ์ในสังคม ก่อให้เกิดความอาย ความเครียดทางจิตใจในคนที่มีปัญหาสิวได้ รวมทั้งการปล่อยให้ปัญหานี้ไม่ได้รับการรักษาก็อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นต่าง ๆ ที่เกิดจากสิวอย่างถาวรได้ในอนาคต

                สาเหตุของการเกิดสิวมาได้จากหลาย ๆ ปัจจัย โดยมี 4 ปัจจัยหลัก คือ การแบ่งตัวของเซลล์บนผิวหน้าที่มากขึ้น การสร้างน้ำมันบนผิวหน้าที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย P ance และการอักเสบ โดยมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาเสริมกลไกการเกิดสิวเหล่านี้ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย ความเครียด ผิวที่แห้งเกินไป หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน เป็นต้น ทำให้เกิดลักษณะของสิวในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะมีการรักษาที่เหมาะต่างกันออกไป ซึ่งในแต่ละคนอาจพบปัญหาในรูปแบบเดียวหรือหลาย ๆ รูปแบบรวม ๆ กันก็ได้

  1. สิวอุดตัน สิวเสี้ยน

                    เป็นลักษณะแรก ๆ ของสิวที่เกิดขึ้นจากการอุดตันภายในรูขุมขนโดยจะมองเห็นเป็นตุ่มสีขาว เรียกว่า สิวหัวปิด (Closed Comedone หรือ White Head) เมื่อมีการอุดตันภายในเพิ่มมากขึ้นจนไปขยายให้ทางออกด้านบนเปิดออกมองเห็นเป็นจุดดำตรงกลาง เรียกว่า สิวหัวเปิด (Open Comedone หรือ Black Head) การรักษาสามารถทำได้หลายแนวทางคือ

    • Spider Clear Program ที่ใช้เอนไซม์สกัดจากใยแมงมุมที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นขี้ไคลออกและเปิดหัวสิวที่ปิดอยู่ให้เปิดออกทำให้สิ่งที่อุดตันอยู่ภายในหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น ร่วมกับการฉายแสง PDT ในการลดการสร้างน้ำมันบนใบหน้าและการอักเสบของสิวทำให้เกิดสิวเม็ดใหม่ยากขึ้นด้วย
    • Skin Reactivating Treatment ที่ใช้ไอร้อนของโอโซนเพื่อให้สิ่งสกปรกบนใบหน้าและอุดตันรูขุมขนหลุดออกได้ง่ายขึ้น ร่วมกับการนวดด้วยตัวยาที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, กรดแลคติก เป็นต้นที่จะช่วยเร่งการเปิดของหัวสิวและช่วยให้สิ่งที่อุดตันอยู่ภายในหลุดออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ที่มีการใช้ไอร้อนร่วมกับการนวดด้วยตัวยาเฉพาะจะช่วยเร่งให้หัวสิวเปิดออกและทำให้สิ่งที่อุดตันอยู่ภายในหลุดออกได้ไวขึ้น และยังช่วยทำความสะอาดรูขุมขนให้เกิดสิวเม็ดใหม่ยากขึ้นด้วย)
  2. สิวอักเสบ

                    เป็นสิวที่เกิดตามมาจากสิวอุดตันที่ไม่อักเสบ เมื่อเชื้อแบคทีเรีย P acne เพิ่มจำนวนมากขึ้นภายในสิวเม็ดนั้นก็จะก่อให้เกิดการอักเสบ สิวที่มีการอักเสบจะมีลักษณะปวด บวม แดง หรือร้อน ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาการอักเสบอาจดำเนินไปมากขึ้นจนภายในกลายเป็นหนองที่สามารถทำให้เกิดแผลเป็นหลุมสิวในอนาคตได้ นอกจากการรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะและการเจาะระบายหนองออก (Acne drainage) ที่จะช่วยลดการอักเสบติดเชื้อลงแล้ว การทำการรักษาด้วย Fractional MMPL Laser ที่ใช้แสงพลังงานสูงร่วมด้วยจะช่วยให้สิวอักเสบแห้งลงได้ไวขึ้นกว่าปกติ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาผิวหน้าบางตามมา ซึ่ง Fractional MMPL มีประสิทธิภาพสูงกว่า IPL  ทั่วไปถึง 4 เท่า

    Beauty Tips:ในเรื่องของความเชื่อที่ว่าทำเลเซอร์แล้วผิวหน้าจะบางลงนั้นต้องพิจารณาถึงประเภทของเครื่องว่าเป็นเครื่องที่ใช้แก้ปัญหาอะไร ทั่วไปแล้วเครื่องที่ทำให้มีการลอกหลุดของผิวอาจทำให้ผิวบางลงได้ เช่น เครื่องที่ใช้พลังงาน Fractional Carbon Dioxide Laser สำหรับรักษาหลุมสิว เป็นต้น อันที่จริงแล้ว ผิวที่บางลงอาจเป็นแค่ผิวชั้นหนังกำพร้า ส่วนเครื่องที่ใช้แสงความเข้มสูงในกลุ่ม IPL หรือ Q-switched laser ที่ไม่ได้ทำให้มีการลอกหลุดของผิวก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวบางภายหลังการรักษา

  3. สิวสเตียรอยด์และสิวเรื้อรัง

                    คอร์ติโคสเตียรอยด์หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าสเตียรอยด์เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นยาในหลาย ๆ รูปแบบ สำหรับยาสเตียรอยด์แบบทาผิวนั้นถูกใช้เพื่อลดอาการอักเสบและการระคายเคืองที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง เช่น ผื่นผิวหนังแพ้อักเสบ แต่เนื่องจากตัวยาสเตียรอยด์ยังมีฤทธิ์อย่างอื่นด้วย เช่น เม็ดสีจุดด่างดำที่จางลง ทำให้อาจมีการใช้ยาทาสเตียรอยด์ในทางที่ผิดหรือมีการผสมอยู่ในเครื่องสำอางต่าง ๆ ในคนที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานจะทำให้เซลล์เยื่อบุผิวภายในรูขุมขนถูกทำลายและรบกวนการทำงานปกติของผิว ก่อให้เกิดสิวตามมาโดยสิวที่เกิดขึ้นจะเป็นลักษณะของรูขุมขนที่อักเสบไม่ได้มีการอุดตันอยู่ภายในแบบสิวทั่ว ๆ ไป และยังทำให้ผิวติดสเตียรอยด์ที่ถ้ามีการหยุดใช้อาจทำให้มีสิวเห่อหนักกว่าเดิมและผิวมีความไวต่อสิ่งต่าง ๆ มากกว่าปกติเกิดอาการแดงและผิวลอกเป็นขุยได้ง่าย

                    การรักษาสิวชนิดนี้นอกจากการค่อย ๆ ลดการใช้สารสเตียรอยด์ลง การรักษาด้วย BE Cell ที่เป็นการฉีดตัวยาที่มีส่วนผสมต่าง ๆ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ เอนไซม์ และสารอื่น ๆ ตามจุดฝังเข็มบนใบหน้าที่จะช่วยกำจัดสารพิษต่าง ๆ รวมทั้งสารสเตียรอยด์ออกจากร่างกายพร้อมทั้งให้สารอาหารกับเซลล์เพื่อใช้ในกระบวนการขับสารพิษออกและซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาทำงานอย่างสมดุลดังเดิม ช่วยให้ระยะเวลาการรักษาสั้นลงได้ เช่นเดียวกันกับคนที่มีปัญหาสิวเรื้อรังที่อาจมีการทำงานต่าง ๆ ภายในผิวที่ไม่สมดุลและก่อให้เกิดสิวก็สามารถใช้ BE Cell ร่วมในการรักษาได้เช่นกัน ทั้งนี้ความเร็วในการตอบสนองต่อการรักษาขึ้นกับอายุและสุขภาพเดิมของแต่ละบุคคล

                สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการฉีดสามารถทำการรักษาด้วย SKB Skin Detoxification แทนได้ที่จะใช้เพียงปลายเข็มสะกิดบนผิวหน้าพร้อมกับการปล่อยตัวยาให้เข้าสู่ผิว เพียงแต่จะเห็นผลช้ากว่าการทำ BE Cell

       
 
บีอีคิว คลินิก เวลาทำการ 11:00 - 20:00 น.